วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

FLAM - FLAMSBANA



FLAM กับรถไฟสายโรแมนติก FLAMSBANA

         เมื่อได้เดินทางมาถึงนอร์เวย์แล้ว ที่หมายสองแห่งที่ไม่ควรพลาดการเยือน ก็คือ เมืองฟลัม เมืองเล็กๆที่สวยประทับใจไม่รู้ลืม และเมืองเบอร์เก้น เป็นเมืองท่าและอดีตเมืองหลวงที่น่าจะไปเยือนอย่างน้อยที่สุดเป็นครั้งหนึ่งของเรา  ลองติดตามไปกับผมนะครับ

     จากออสโล เราเดินทางไปยังเมืองฟลัม ทางรถโค้ช ระยะทาง 333 กิโลเมตร แต่ว่าต้องพักรถที่เมืองกอล Gol  เพื่อให้คนขับได้พักผ่อนตามกฎหมาย เราก็ได้เข้าห้องน้ำ หากาแฟดื่มกัน 
แวะพักรถที่โรงแรมเพอร์ส เมืองกอล
        แล้วก็ออกเดินทางต่อ รวมเวลาเดินทางด้วยรถก็ราว 5 ชั่วโมงเศษ (การเดินทางระหว่างออสโลไปเบอร์เก้น มีรถไฟให้นั่งอย่างสบายใจเฉิบ แต่หากจะไปเมืองฟลัม ต้องลงสถานีเมียร์ดาล Myrdal แล้วต่อรถไฟสายโรแมนติก ฟลัมส์บานา ไปถึงเมืองฟลัมได้ครับ ไม่ลำบาก เพราะมีวันละหลายขบวน)
เส้นทางเดินรถไฟ NSB จากออสโลไปเบอร์เก้น
    แรกถึงเมืองฟลัม จะเห็นภูมิประเทศรอบด้านเป็นภูเขา เมืองฟลัมตั้งอยู่ในบริเวณพื้นราบตรงหุบเขา ปลายของ “อาวแลนด์ฟยอร์ด” Aurlandsfjord  ซึ่งเป็นสาขาของฟยอร์ดชื่อดังรู้จักกันทั่วโลก คือ  “ซอจ์นฟยอร์ด” Sognefjord (จะกล่าวถึงอีกครั้ง)  น้ำทะเลสีเขียวเข้ม เห็นเรือสำราญลำโตจอดเทียบท่าอยู่ (น้ำคงลึกมาก จนเป็นท่าเรือน้ำลึกได้)
แผนที่ ซอจ์นฟยอร์ด นอร์เวย์
     สิ่งที่สะดุดตาในแวบแรกที่มองเห็นเมืองฟลัมเข้าสู่ในสายตา เห็นสีสันอันสดใส ของอาคารไม้ชั้นเดียวสร้างกระจัดกระจายไปตามแนวริมน้ำ ไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีเหลือง สีเขียว และขาว และแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านซอกเขาฉายไปบนสีเขียวของต้นไม้  สวยงามจนบรรยายไม่ได้ดีเท่ากับภาพที่จะบรรยาย คำว่า ฟลัม Flam เป็นคำเรียกในภาษานอร์สโบราณที่แปลว่า “ที่ราบ” ตั้งอยู่ระหว่างหุบเขา และอยู่ปากแม่น้ำฟลัม the Flam river ชุมชนนี้มีความเก่าเท่าที่บันทึกมาตั้งแต่ ค.ศ.1340

ภาพเมืองฟลัม สวยน่ารัก
     ลงจากรถแล้วลงไปเดินสำรวจตามถนนที่มุ่งไปยังท่าเรือ พร้อมกับเรือลำโตจอดเทียบอยู่ ลักษณะเป็นเรือสำราญมีห้องพักเป็นแถว เรียงให้เห็นหลายชั้น

     อาคารสีแดงเข้มหลังคาสีน้ำตาล เป็นอาคารสถานีรถไฟฟลัม Flam Station มองเห็นรถไฟจอดอยู่ทั้งขบวนทาด้วยสีเขียวเข้มพร้อมด้วยชื่อว่า “ฟลัมส์บานา” Flamsbana ขบวนนี้แหละที่พรุ่งนี้เช้าจะได้นั่ง
หัวรถไฟฟลัมส์บานา
สถานีรถไฟเมืองฟลัม
     ถัดไปเป็นอาคารไม้สองชั้น หลังคากระเบื้องสีน้ำตาลแดง อาคารทาสีเหลือง เป็นอาคารชั้นบนเป็นอพาร์ตเมนต์ ชั้นล่างขายของที่ระลึก มีร้านคอฟฟี่ช้อป  ด้านหลังมีอาคารไม้ชั้นเดียวทาสีแดงเข้มขายของที่ระลึก มองภาพรวมแล้ว ชุมชนเมืองนี้ทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยวแน่นอน





ยินดีต้อนรับสู่ฟลัม - Troll
     ของที่ระลึกที่มีจำหน่ายก็มีเสื้อกันหนาวติดธงชาตินอร์เวย์ เสื้อยืดหลากหลายรูปแบบ ถุงมือ หมวก อุปกรณ์กันหนาวอื่นๆ และของฝาก ของที่ระลึก แม็กเนต ฯลฯ



     มุมสำหรับการถ่ายภาพ ไม่จำกัด เพราะธรรมชาติมีเหลือเฟือ หันไปด้านใด สามารถใช้เป็นฉากหลังของภาพได้เลย

ผลไม้เต็มต้น ข้างทาง (อยากชิมจัง)
     เราเลือกซื้อได้เสื้อกันหนาวสีเทาเรียบร้อยแต่เท่ห์ หากจะพูดถึงราคาแล้ว ข้าวของที่นอร์เวย์นี้ราคาไม่แพงเลย ดังนั้นจึงตัดสินใจซื้อได้ คุณภาพและฝีมือการเย็บก็ดีมากครับ  ท่านที่แลกเงินมาไม่มากเพราะคิดว่าจะไม่ซื้ออะไร หากมาถึงที่นี่จะได้ทราบว่า เงินหมดเป็นอย่างไร และก็ยังมีของที่อยากซื้ออีกเยอะแยะ   อุปกรณ์กันความหนาวเย็นตั้งแต่เสื้อยืดอย่างบาง จนถึงระดับกันหนาวสุดขั้วมีจำหน่ายให้น้ำลายหก  (ท่านสามารถใช้เงินสกุลยูโรได้)


โรงแรมเฟรทไฮม์ Fretheim Hotel, Flam Norway
เป็นโรงแรมประวัติศาสตร์ของยุโรปครับ
    ค่ำคืนนี้เราพักแรมที่โรงแรมเฟรทไฮม์ Fretheim Hotel เป็นอาคารไม้สามถึงสี่ชั้นทาสีขาวสว่าง ขนาดใหญ่ ตั้งอยู่เชิงเขา เป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดของที่นี่ (ยังมีโรงแรม และอพาร์ตเมนท์ อีกสองสามแห่ง แต่มีขนาดเล็กกว่า)  อาหารเย็นก็กินกันที่ห้องอาหารอยู่ชั้นล่าง กับชั้นสอง ของโรงแรม

      Hightlight หรือจุดขายของเมืองฟลัม ก็ได้แก่ การล่องเรือชมความงามตามธรรมชาติของฟยอร์ด และ การขึ้นรถไฟสายโรแมนติก ฟลัมส์บานา และ การเดินไต่เขาชมธรรมชาติตามเส้นทางที่กำหนด (คิดว่าต้องมีคนนำทางท้องถิ่นจะปลอดภัยกว่า  เพราะดูจากแผนที่เส้นทางแล้ว ชาวดอยอย่างเรามีสิทธิ์หลงทางได้ง่ายครับ)


     Sognefjord ซอจ์นฟยอร์ด คือฟยอร์ดที่ใหญ่ที่สุดของนอร์เวย์ และใหญ่เป็นอันดับสามของโลก  มีความยาว 205 กิโลเมตร จุดที่ลึกที่สุดถึง 1,308 เมตร ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ความกว้างของฟยอร์ดมากที่สุด 4.5 กิโลเมตร หน้าผาที่อยู่สองข้างอาจสูงชันถึง 1 กิโลเมตร ซอจ์นฟยอร์ดมีสาขาแยกย่อยมีชื่อเรียกเป็นฟยอร์ดอีกมากมายหลายชื่อ ตรงบริเวณเมืองฟลัม เป็นสาขาฟยอร์ดที่เรียกว่า “อาวแลนด์ฟยอร์ด” Aurlandsfjord 


      Fjord ฟยอร์ด คือลักษณะของภูมิประเทศของภูเขาและหุบเขาที่เป็นพื้นรองรับธารน้ำแข็ง Glacier อ่านว่า “กลาเซียร์” น้ำแข็งจะมีความหนาตั้งแต่ 100 เมตรขึ้นไป จนถึงนับพันเมตร เมื่อมีการเคลื่อนที่ของผิวเปลือกโลก การเคลื่อนตัวของธารน้ำแข็งที่ทั้งหนักและแข็ง สามารถเปลี่ยนแปลงลักษณะของภูเขา หุบเขาให้เป็นร่องรอยครูด เซาะหินให้ลึกลงไปทั้งสองข้างของหุบเขา หินก็จะถูกบดเบียดจนแตกและเปลี่ยนรูปร่าง  เหตุการณ์นี้เกิดมาตั้งแต่ยุคน้ำแข็ง นับพันนับหมื่นปี เมื่อโลกร้อนขึ้นน้ำแข็งละลายหมด คงเหลือสภาพฟยอร์ดให้เราเห็นเช่นปัจจุบันนี้

เรือที่จะนำเราล่องซอจ์นฟยอร์ด



Naeroyfjord
Dyrdal at Naeroyfjord
Gudvangen จุดหมายปลายทาง
เวลา 0900 น. เรือชมฟยอร์ดจะแล่นออกจากท่าเมืองฟลัม ผ่านเขาและหน้าผาสูงทางซ้ายมือ ทางขวามือจะผ่านชุมชนเล็กๆชื่อ อาวแลนด์วานเก้น Aurlandsvangen บริเวณนี้เป็นฟยอร์ดที่ชื่อว่า อาวแลนด์ฟยอร์ด ตามชื่อชุมชุนทางขวามือนี่เอง เรือแล่นไปอย่างช้าๆ ราบเรียบ บนผิวน้ำสีน้ำเงินเข้ม ท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกครึ้ม คล้ายฝนจะตก  แล่นขึ้นเหนือไปจนสุด เป็นบริเวณสามแยกของฟยอร์ด เรือจะเลี้ยวซ้ายแบบหักศอก ทางขวามือจะมองเห็นร่องน้ำไกลออกไปสุดสายตา ขณะนี้เรือกำลังแล่นเข้าสู่ฟยอร์ดอีกชื่อหนึ่ง คือ แนรอยฟยอร์ด Naeroyfjord ก็เป็นสาขาหนึ่งของซอจ์นฟยอร์ดเช่นกัน เรือแล่นให้เราชมทิวทัศน์สองข้างทางไม่ว่าจะเป็นชุมชน น้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงแตะเมฆ แล้วก็ถึงชุมชนเล็กๆชื่อ เดียร์ดาล Dyrdal เรือจะจอดแวะตรงนี้ราว 5 - 10 นาทีให้ถ่ายภาพ แล้วก็ออกแล่นต่อไปยังจุดหมายปลายทางคือ เมืองกุดวานเก้น Gudvangen เราจะขึ้นจากเรือตรงเมืองนี้เลย เพราะจะต้องทำเวลา คือให้รถโค้ชมารอรับ เราจะนั่งรถโค้ชกลับไปยังฟลัม รับประทานอาหารกลางวัน และจะได้ทันขึ้นรถไฟด้วย (หมายเหตุรถโค้ชจะแล่นตัดผ่านอุโมงค์ลอดภูเขา จึงมาถึงเมืองฟลัมในเวลาไม่นานนัก)
ท่าเรือเมืองกุดวานเก้น Gudvangen pier
ฟลัมส์บานา Flamsbana รถไฟสายโรแมนติก ของท้องถิ่นที่จะนำเราเดินทางลัดเลาะสูงขึ้น สูงขึ้น ไปตามภูมิประเทศที่สวยงาม ทั้งสองข้างทาง ผ่านโตรกเขา น้ำตก หน้าผา ทางเดินตามไหล่เขา เลียบแม่น้ำเป็นบางส่วน
ยินดีต้อนรับคนไทยทุกท่าน (คนไทยนิยมมาเที่ยวรถไฟฟลัมส์บานามากครับ)
แผนผังเส้นทางเดินรถไฟที่แล่นไต่เขาสูงขึ้นเรื่อยๆ
      เส้นทางผ่านสถานีรถไฟต่างๆตามลำดับ
Flam สถานีรถไฟต้นทาง    สูงกว่าระดับน้ำทะเล 2 เมตร
Lunden                 สูงกว่าระดับน้ำทะเล 16 เมตร
Hareina                 สูงกว่าระดับน้ำทะเล 48 เมตร
Dalsbotn                         สูงกว่าระดับน้ำทะเล 200 เมตร
Berekvam สูงกว่าระดับน้ำทะเล 345 เมตร
Blomheller สูงกว่าระดับน้ำทะเล 450 เมตร
Kardal สูงกว่าระดับน้ำทะเล 556 เมตร
Kjosfossen สูงกว่าระดับน้ำทะเล 669 เมตร
Reinunga         สูงกว่าระดับน้ำทะเล 768 เมตร
Vatnahalsen สูงกว่าระดับน้ำทะเล 811 เมตร
Myrdal สูงกว่าระดับน้ำทะเล 866 เมตร



Huldra ในชุดสีส้มออกมาร่ายรำด้านหน้าน้ำตก  ต้อนรับอาคันตุกะที่มาเยือน
ฝรั่งก็นิยมเดินทางมาเหมือนกัน วันนี้มีคนไทยน้อยครับ
รถไฟจะจอดที่สถานีจอสฟอสเซ่น Kjosfossen เป็นเวลา 5 นาทีเพื่อให้ลงไปถ่ายภาพน้ำตกที่สูง 225 เมตร น้ำนี้จะไหลมาจากทะเลสาบบนเขาชื่อทะเลสาบ Reinungavatnet และทะเลสาบ Seltuftvatnet ในช่วงฤดูร้อนเทศกาลท่องเที่ยวจะมีเสียงเพลงดังไปทั่วหุบเขา บนไหล่เขาข้างน้ำตกจะมีสุภาพสตรีในชุดสีส้มออกมาเต้นเริงระบำไปตามเสียงเพลง เธอคือ Huldra นางไม้ในเทพนิยายของสแกนดิเนเวีย และเทพนิยายของนอร์เวย์  และเราก็มีบุญที่ได้ยลโฉมแม่นางไม้เลอโฉมแห่งนอร์เวย์ปรากฎกายเริงระบำประกอบเสียงเพลงให้ได้ชม จนเพลิน ต้องรีบวิ่งไปขึ้นรถก่อนจะตกรถไฟ


ยินดีต้อนรับ - Troll
ไม่นานนักรถไฟก็เทียบชานชาลาสถานีเมียร์ดาล
ที่สถานีเมียร์ดาล เราเปลี่ยนขบวนรถไฟไปยังขบวนรถไฟสายเบอร์เก้นไลน์ Bergen Line เพื่อไปลงสถานีวอสส์ Voss (เราไม่นั่งไปสุดสายที่เมืองเบอร์เก้นหรอกครับ เพราะเรามีจุดหมายที่จะไปแวะชมโรงแรมที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จมาประทับ) ใช้เวลาเดินทางในช่วงนี้เพียง 50 นาทีเท่านั้นครับ (มีรถไฟแล่นวันละ 5 ขบวน ดังนั้น ไม่ทันขบวนนี้ก็รอขบวนต่อไปได้)
ถึงสถานีวอสสVoss แล้วครับ ลงจากรถไฟก็เห็นตุ๊กตาทรอลล์ ตัวใหญ่มากยืนรอต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว

Fleischer's Hotel , Voss  Norway
ลายพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ออกจากสถานีรถไฟมายืนบนถนนมองไปทางขวามือจะเห็นโรงแรมหนึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาไม่สูงนัก ชักธงสีเทา นั่นละคือ โรงแรมฟลิสเชอรFleischer’s Hotel เดินขึ้นไปบนล้อบบี้ชั้นสอง จะเห็นห้องที่เขาเก็บรักษาเอาไว้ มีกระดาษใส่ในกรอบรูป ประดับอยู่ที่บนผนังห้อง ส่องดูจะเป็นลายพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และลายพระหัตถ์พระองค์เจ้าชายที่โดยเสด็จ อาทิ อุรุพงษ์ , บริพัฒน์ , สมมตอมรพันธุ์  และลายมือชื่อฝรั่งที่ตามเสด็จ น่าจะเป็นกัปตันเรือนะครับ ทั้งหมดลงวันที่ 22nd. July 1901 ครับ เห็นแล้วก็อดปลื้มไม่ได้นะ หนึ่งร้อยกว่าปีแล้ว ฝรั่งเขายังเก็บรักษาหลักฐานนี้ไว้เป็นอย่างดี แยกแยะได้ว่าอะไรสำคัญ อะไรไม่สำคัญ มากกว่าคนไทยบางคน ที่เห็นต่าง เหมือนไม่ใช่คนไทย
(หมายเหตุที่สถานีรถไฟ จะต้องหยอดเหรียญเพื่อเข้าห้องน้ำ หากพอจะทนไหว ก็เดินไปให้ถึงโรงแรมก็จะไม่ต้องเสียตังค์)
ต่อจากเมืองวอสส์ เราก็ใช้พาหนะรถโค้ชที่วิ่งมารอรับเราเพื่อเดินทางเข้าสู่เมืองเบอร์เก้น อันเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับช่วงนี้

ติดตามตอนต่อไป การเยือนเบอร์เก้น นอร์เวย์ ครับ