อาทิตย์เที่ยงคืน ไม่ได้มีความหมายว่า เที่ยงคืนของวันอาทิตย์ หากแต่เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในแถบขั้วโลกเหนือ เนื่องจากแกนของโลกตั้งเอียงอยู่ 23.5 องศา ดังนั้นในช่วงระยะเวลาหนึ่งของการโคจรรอบดวงอาทิตย์ จะหันขั้วโลกเหนือเข้าหาดวงอาทิตย์ตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน ผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวจึงสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ได้ตลอดทั้งวัน ฝรั่งเรียกว่า Night Sun
พื้นที่ของโลกที่มีโอกาสมองเห็นได้ก็จะอยู่เหนือต่อ
เส้นรุ้ง อาร์คติกเซอร์เคิล Arctic Circle (เส้นรุ้งที่ 66.5 องศาเหนือ จำได้หรือเปล่าครับว่า เส้นรุ้งตะแคงแวงตั้ง เราเรียนมาตั้งแต่ยังเล็กชั้นประถม เส้นรุ้งเป็นเส้นสมมุติที่ลากไปบนผิวโลกจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกในแนวนอนตั้งฉากกับแกนของโลก แต่ละเส้นห่างกันหนึ่งองศา เท่ากับระยะทาง 69 ไมล์)
 |
| รูปจำลองการเสด็จประพาสแหลมเหนือ พระพุทธเจ้าหลวง 11กรกฎาคม พ.ศ.2450 |
จุดที่เป็นพื้นแผ่นดินของโลกที่อยู่เหนือที่สุดของแผ่นดินอยู่ที่พิกัด 71 องศา 10 ลิบดา 21 พิลิบดาเหนือ ได้แก่
แหลมเหนือ North Cape (Nordkapp ในภาษานอร์เวย์) จึงเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ปีละราว 2 แสนคนเดินทางรอนแรมขึ้นไปชมอาทิตย์เที่ยงคืน
 |
| พระปรมาภิไธย จปร. 1907 ณ นอร์ธแคป ประเทศนอร์เวย์ |
11 กรกฎาคม พ.ศ.2450 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จประพาสยุโรป ครั้งที่ 2 ก็ได้ทรงนำคณะคนไทยคณะแรกขึ้นไปชมพระอาทิตย์เที่ยงคืน ณ นอร์ดแคป ทรงลงพระปรมาภิไธย จปร. 1907 บนก้อนหินก้อนหนึ่งไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ทราบ แม้แต่ฝรั่งเองก็ยังไม่ทราบเรื่องราวดังกล่าว ด้วยว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมานานแล้วเป็นศตวรรษ ก้อนหินถูกปกคลุมด้วยต้นหญ้า ต้นไม้ไปทั่วบริเวณ จนเมื่อมาทำการก่อสร้างอาคารให้บริการนักท่องเที่ยว หินก้อนนี้ก็เพิ่งมาพบในปี พ.ศ.2516 นี้เอง
 |
| สนามบินอิวาโล ประเทศฟินแลนด์ |
การเดินทางไปยังแหลมเหนือ นอร์ธแคป (Nordkapp) ปัจจุบันนิยมเดินทางผ่านกรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ สำหรับผมเลือกบินด้วยสายการบินภายในประเทศจากเฮลซิงกิ ไปยังเมืองอิวาโล Ivalo พักค้างคืน รุ่งเช้าเดินทางต่อด้วยรถโค้ช (บางท่านเลือกเดินทางโดยรถยนต์ ก็เพียงใช้เวลามากกว่า หรือจะเดินทางโดยรถไฟตู้นอน VR Train ก็สะดวกเหมือนกัน)
 |
| Holiday Club Hotel Saariselka, Finland |
พักค้างคืนที่เมืองเล็กๆเงียบสงบ คือเมืองซาร์ริเซลก้า Saariselka สัมผัสกับโรงแรมในชนบทแต่ซ่อนบางสิ่งบางอย่างไว้คือ เกมส์แองกรี้เบิร์ด Angry Birds ซึ่งชาวฟินแลนด์พูมใจนักหนาว่า คุณปีเตอร์ เวสเทอร์แบคก้า Peter Vesterbacka ชาวฟินแลนด์เป็นผู้สร้างขึ้นมา เขาเลยจัดห้องเกมส์ไว้ในโรงแรมเลย อากาศดีมาก สดชื่นเย็นสบาย (8 องศาเซลเซียส)
 |
| พิพิธภัณฑ์ซีด้า SIIDA, เมืองอินาริ Inari, Finland |
วันรุ่งขึ้นออกเดินทางด้วยรถโค้ช แวะเมืองอินาริ Inari เพื่อชมพิพิธภัณฑ์ซีด้า SIIDA เป็นสถานที่จัดแสดงวิถีชีวิตของชาวแล็พ ในดินแดนบริเวณนี้ที่เรียกว่า “แล็พแลนด์” Lapland ชุดเครื่องแต่งกายสวยงามคล้ายการแต่งกายคนไทย ลับแล เรณูนคร หรือชาวเขาปนๆกัน ด้วยลวดลายปักด้วยมือ
 |
| ด่านชายแดน ฟินแลนด์ - นอร์เวย์ |
 |
| แม่น้ำที่คั่นระหว่างสองประเทศ |
เดินทางผ่านชายแดนระหว่างฟินแลนด์ไปยังนอร์เวย์ โดยมีแม่น้ำสายเล็กๆกั้นเป็นเขต รถต้องแล่นผ่านสะพานข้ามไป ไม่มีการตรวจของด่านตรวจอะไรเลย ความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองประเทศทำให้ไม่มีพรมแดนเป็นสิ่งกีดกั้น
 |
| Rica Hotel Karasjok, Norway |
ข้ามไปไม่นานก็ถึงเมืองเล็กๆชื่อ “คาราสจ็อค” Karasjok เราแวะรับประทานอาหารกลางวันพื้นเมืองชาวแล็พ ที่โรงแรมริก้า Rica Hotel Karasjok ลักษณะเป็นอาหารบุฟเฟต์ตะวันตก แต่มีรายการหนึ่งที่ต้องลองคือ เนื้อกวางเรนเดียร์ ทำเป็นแผ่นกลมๆ คล้ายเบอร์เกอร์ ราดด้วยแอนโชวี่ซอสสีเข้ม เนื้อนุ่มและไม่มีกลิ่นสาบ กวางเป็นกวางเลี้ยงจากฟาร์ม เป็นแหล่งอาหารโปรตีนหลักของชาวแล็พ เนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นปีละ 7 - 8 เดือน ไม่สามารถเลี้ยงสัตว์อื่นไว้เป็นอาหารได้เลย สภาพแวดล้อมกำหนดให้เป็นอย่างนี้
 |
| ก้อนกลมๆนี่ละครับ เนื้อกวางเรนเดียร์ |
รถแล่นวกวนโค้งไปโค้งมาเพราะแล่นเลียบภูเขา(ข้างซ้าย) และทะเลของฟยอร์ด(ข้างขวา) บางครั้งต้องหยุดชะลอเพราะพี่กวางเรนเดียร์ป่า พาครอบครัวออกมาเดินเล่นบนถนน
 |
| อุโมงค์ลอดใต้ทะเลไปยังแหลมเหนือ ยาว 6870 เมตร |
รถไปหยุดให้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกที่หน้าอุโมงค์ที่สร้างเป็นถนนลอดใต้ทะเลระยะทาง 6870 เมตร ไปโผล่ที่เกาะซึ่งเป็นที่ตั้งของนอร์ธแคป
เดินทางต่อไปยังเมืองฮอนนิ่งสว้าก Honningsvag บางคณะมาจองโรงแรมที่นี่ แต่คณะของเราเดินทางต่อไปอีกไม่ไกลไปพักยังโรงแรมริก้า นอร์ธแคป Rica Hotel Nordkapp พิกัด 71.028637 N , 25.893070 E (เพื่อย่นระยะทางจากโรงแรมไปทีแหลม)
 |
| ทางเข้าอาคารบริการแหลมเหนือ |
เก็บของเข้าที่พัก ผ่อนคลายให้หายเหนื่อย รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม แล้วจะออกเดินทางในเวลา 3 ทุ่ม โดยรถโค้ชคันเดิม แต่คนขับจะต้องเป็นคนท้องถิ่นซึ่งชำนาญทางมาขับให้ นำคณะเราไปส่งยังที่หมายปลายทางคือ นอร์ธแคป จุดแรกที่เห็นคือ โดมสีขาวบนอาคารบริการ ที่เรียกว่า Observatory Dome ประตูทางเข้ามีป้ายสีฟ้าระบุพิกัดว่าถึงแล้ว ณ จุดนี้คือ 71 องศา 10 ลิบดา 21 พิลิบดา
 |
| The Globe at Nordkapp |
หน้าอาคารบริการนักท่องเที่ยวจะมี จุดถ่ายภาพที่เป็นสากลจริงๆ คือ The Globe (สร้างเมื่อปี พ.ศ.2511) ลูกโลกที่สร้างด้วยเหล็กทาสีดำตั้งตระหง่านบนที่ราบเหนือหน้าผาสูงชันของนอร์ธแคป ความเป็นสากลมากคือมีคนทุกชาติทุกภาษายืนรายล้อมถ่ายภาพตามมุมที่ถนัด คะเนด้วยสายตาแล้วผู้คนน่าจะมากกว่าคนเดินข้ามทางม้าลายในโตเกียวเวลาเร่งด่วน (เป็นธรรมดาที่ทุกคนเดินทางมาพร้อมๆกันเวลาเดียวกันนับเป็นหลายพันคน)
 |
| BARN AV JORDEN 1988 |
 |
| ประติมากรรมฝีมือเด็กชายสิทธิเดช (ภาพซ้ายสุดครับ) |
ระหว่างรอเวลาให้ถึงเที่ยงคืน ก็เดินไปเก็บภาพประติมากรรมรูปทรงกลมวางอยู่ที่ลานกว้างด้านขวา เป็นประติมากรรมขององค์กร BARN AV JORDEN เป็นองค์กรที่มอบรางวัล The Children of the Earth ให้แก่ผู้ที่ทำคุณประโยชน์แก่เด็กๆ โดยมอบรางวัลทุกปีในเดือนมิถุนายน ประติมากรรมนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1988 เด็กๆจาก 7 ชาติเป็นตัวแทน ได้แก่ จัสมินจากแทนซาเนีย , ราฟาเอลจากบราซิล , อะยูมิจากญี่ปุ่น , สิทธิเดชจากไทย , กลอเรียจากอิตาลี , แอนตั้นจากรัสเซีย , หลุยส์จากอเมริกา เด็กๆทุกคนมาอยู่ด้วยกันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ สร้างสรรประติมากรรม 7 ช้ิน สะท้อนแนวความคิดของเด็กสู่สายตาของชาวโลก และในปี ค.ศ.1999 เด็กๆเหล่านี้ได้เดินทางมาพบกันอีกครั้ง ทุกคนเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว
 |
| พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว |
ชื่นชมกันผลงานของเด็กแล้วเดินเข้าไปในอาคารลงบันไดลงไปชั้นล่าง เพื่อชมพิพิธภัณฑสถานไทย ณ นอร์ดแคป ประเทศนอร์เวย์ให้เกียรติประเทศไทยเป็นอย่างมาก ก็เพราะ มีพระมหากษัตริย์เพียงสองพระองค์ของโลกที่เสด็จมาเยือนนอร์ธแคป พระองค์แรกคือ พระเจ้าออสการ์ที่ 2 (Oscar II , Oscar Fredrik พระองค์เป็นกษัตริย์แห่งสวีเดน และกษัตริย์แห่งนอร์เวย์ด้วยในขณะนั้น ทรงเสด็จมาเมื่อ พ.ศ.2411) กษัตริย์พระองค์ที่สองและเป็นกษัตริย์จากแดนไกลของนอร์เวย์ ก็คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ของคนไทยนั่นเอง พระองค์เสด็จไปเยือนเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ.2450 รัฐบาลนอร์เวย์จึงจัดสถานที่เป็นพิเศษให้ตั้งแสดงรูปจำลองการเสด็จเยือน , ห้องแสดงพระประวัติ , ห้องประดิษฐานพระบรมรูปให้พวกเราได้เข้าไปถวายบังคม , สถานที่จัดวางก้อนหินที่ทรงเขียนพระปรมาภิไธย จปร. 1907 ให้พวกเราชื่นชม
ใกล้เวลาจะเที่ยงคืนแล้วออกไปข้างนอกดูบรรยากาศสดใส ไม่มีเมฆมากมาย ไม่มีหมอก ท้องฟ้าเปิด น่าจะเพราะขณะถวายบังคมพระองค์ท่าน พวกเราก็ขอให้พระองค์ได้โปรดให้คนไทยตัวน้อยๆเดินทางมาตั้งไกล ได้เห็นพระอาทิตย์เที่ยงคืนสมใจปรารถนา
 |
| พระอาทิตย์เที่ยงคืน ณ แหลมเหนือ ประเทศนอร์เวย์ (กรกฎาคม พ.ศ.2556) |
2400 AM ท้องฟ้าเปิดมีเพียงแถบเมฆบางๆคาดผ่านเหนือเส้นขอบฟ้า พระอาทิตย์ดวงกลมสีเหลืองส้มแตะอยู่ที่เหนือเส้นขอบฟ้า สะท้อนบนผิวน้ำทะเล เราเปิดแชมเปญ จิบพร้อมกับคาร์เวียร์ตามธรรมเนียมฝรั่ง เฉลิมฉลองในโอกาสเพียงไม่ถึงร้อยละสิบที่จะได้เห็นภาพนี้ (ส่วนใหญ่มาแล้วท้องฟ้าปิด หมอก ไอน้ำปิดสนิทไม่เห็นอะไรเลย)
 |
| ขอบคุณ คุณAnda Bereczky เจ้าของภาพ |
ลักษณะของดวงอาทิตย์โคจรเหนือนอร์ธแคป ในช่วงวันที่ 14 พฤษภาคม ถึง วันที่ 29 กรกฎาคม ซึ่งคุณ Anda Bereczky ได้กรุณาบันทึกภาพต่อเนื่องในรอบ 24 ชั่วโมง แสดงตำแหน่งของดวงอาทิตย์ เวลากลางวันจะอยู่สูง แต่ก็ไม่สูงถึงเหนือศีรษะเรา เวลากลางคืนจะคล้อยลงต่ำ แต่ก็ไม่ลับเส้นขอบฟ้าลงไป พอหลังเที่ยงคืนก็จะลอยสูงขึ้นอีก (ผมเลยขอยืมภาพมาแสดงให้ท่านได้เข้าใจมากขึ้น)
 |
| ขอขอบคุณเจ้าของภาพ Svalbard Samfunnsfrift AS , Longyearbyen Lokalstyre |
สำหรับท่านที่ต้องการทราบรายละเอียดมากขึ้นของลักษณะดวงอาทิตย์ตลอดทั้งปี ว่าทำไมขั้วโลกเหนือจึงสว่างครึ่งปี มืดสลัวครึ่งปี ก็ลองศึกษา Sun Diagram For Longyearbyen ซึ่งสร้างขึ้นโดย Svalbard Samfunnsdrift AS และ Longyearbyen Lokalstyre
ที่กล่าวแล้วข้างต้นเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เกิดเหนือเส้นรุ้งอาร์คติกเซอร์เคิล Arctic Circle (66.5 N) แต่ในบริเวณที่อยู่ตอนใต้ต่อเส้นรุ้งอาร์คติกเซอร์เคิลเพียงไม่กี่องศา ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าลงไปไม่มาก (ไม่มากกว่า 6 องศา) แสงอาทิตย์ยังส่องผ่านเส้นขอบฟ้ามาให้ความสว่างแก่พื้นดิน สว่างพอที่จะอ่านหนังสือได้ สว่างเช่นนั้นทั้งคืน (เพียงแต่ไม่เห็นดวงอาทิตย์ เปรียบความสว่างกับตอนเช้าที่บ้านเราที่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น) ฝรั่งเรียกว่า The White Nights ก็เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่ฮือฮา จัดงานเฉลิมฉลองกันเช่นที่ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย
ในแง่มุมตรงกันข้ามปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม ถึง วันที่ 14 กุมภาพันธ์ บริเวณขั้วโลกเหนือ เหนือเส้นอาร์คติกเซอร์เคิล โดยเฉพาะที่เกาะ Svalbard Island เขาจะไม่เห็นดวงอาทิตย์ตลอดเวลา ฝรั่งก็เรียกว่า The Polar Night
หัวข้อต่อไปคงเป็นดินแดนสแกนดิเนเวียอีกหลายตอน โปรดติดตามนะครับ
 |
สวัสดีครับ ต้นแฝก |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น