วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2556

พระอาทิตย์เที่ยงคืนที่นอร์ดแคป

อาทิตย์เที่ยงคืน ไม่ได้มีความหมายว่า เที่ยงคืนของวันอาทิตย์ หากแต่เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในแถบขั้วโลกเหนือ เนื่องจากแกนของโลกตั้งเอียงอยู่ 23.5 องศา ดังนั้นในช่วงระยะเวลาหนึ่งของการโคจรรอบดวงอาทิตย์ จะหันขั้วโลกเหนือเข้าหาดวงอาทิตย์ตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน ผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวจึงสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ได้ตลอดทั้งวัน ฝรั่งเรียกว่า Night Sun
พื้นที่ของโลกที่มีโอกาสมองเห็นได้ก็จะอยู่เหนือต่อเส้นรุ้ง อาร์คติกเซอร์เคิล Arctic Circle (เส้นรุ้งที่ 66.5 องศาเหนือ จำได้หรือเปล่าครับว่า เส้นรุ้งตะแคงแวงตั้ง เราเรียนมาตั้งแต่ยังเล็กชั้นประถม เส้นรุ้งเป็นเส้นสมมุติที่ลากไปบนผิวโลกจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตกในแนวนอนตั้งฉากกับแกนของโลก แต่ละเส้นห่างกันหนึ่งองศา เท่ากับระยะทาง 69 ไมล์)
รูปจำลองการเสด็จประพาสแหลมเหนือ พระพุทธเจ้าหลวง 11กรกฎาคม พ.ศ.2450
จุดที่เป็นพื้นแผ่นดินของโลกที่อยู่เหนือที่สุดของแผ่นดินอยู่ที่พิกัด 71 องศา 10 ลิบดา 21 พิลิบดาเหนือ ได้แก่ แหลมเหนือ North Cape (Nordkapp ในภาษานอร์เวย์) จึงเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ปีละราว 2 แสนคนเดินทางรอนแรมขึ้นไปชมอาทิตย์เที่ยงคืน
พระปรมาภิไธย จปร. 1907 ณ นอร์ธแคป ประเทศนอร์เวย์
11 กรกฎาคม พ.ศ.2450 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จประพาสยุโรป ครั้งที่ 2 ก็ได้ทรงนำคณะคนไทยคณะแรกขึ้นไปชมพระอาทิตย์เที่ยงคืน ณ นอร์ดแคป  ทรงลงพระปรมาภิไธย จปร. 1907 บนก้อนหินก้อนหนึ่งไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ทราบ แม้แต่ฝรั่งเองก็ยังไม่ทราบเรื่องราวดังกล่าว ด้วยว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมานานแล้วเป็นศตวรรษ ก้อนหินถูกปกคลุมด้วยต้นหญ้า ต้นไม้ไปทั่วบริเวณ จนเมื่อมาทำการก่อสร้างอาคารให้บริการนักท่องเที่ยว หินก้อนนี้ก็เพิ่งมาพบในปี พ.ศ.2516 นี้เอง
สนามบินอิวาโล ประเทศฟินแลนด์
การเดินทางไปยังแหลมเหนือ นอร์ธแคป (Nordkapp) ปัจจุบันนิยมเดินทางผ่านกรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์  สำหรับผมเลือกบินด้วยสายการบินภายในประเทศจากเฮลซิงกิ ไปยังเมืองอิวาโล Ivalo พักค้างคืน รุ่งเช้าเดินทางต่อด้วยรถโค้ช (บางท่านเลือกเดินทางโดยรถยนต์ ก็เพียงใช้เวลามากกว่า หรือจะเดินทางโดยรถไฟตู้นอน VR Train ก็สะดวกเหมือนกัน)
Holiday Club Hotel Saariselka, Finland
พักค้างคืนที่เมืองเล็กๆเงียบสงบ คือเมืองซาร์ริเซลก้า Saariselka สัมผัสกับโรงแรมในชนบทแต่ซ่อนบางสิ่งบางอย่างไว้คือ เกมส์แองกรี้เบิร์ด Angry Birds ซึ่งชาวฟินแลนด์พูมใจนักหนาว่า คุณปีเตอร์ เวสเทอร์แบคก้า Peter Vesterbacka ชาวฟินแลนด์เป็นผู้สร้างขึ้นมา เขาเลยจัดห้องเกมส์ไว้ในโรงแรมเลย อากาศดีมาก สดชื่นเย็นสบาย (8 องศาเซลเซียส)
พิพิธภัณฑ์ซีด้า SIIDA, เมืองอินาริ Inari, Finland
วันรุ่งขึ้นออกเดินทางด้วยรถโค้ช แวะเมืองอินาริ Inari เพื่อชมพิพิธภัณฑ์ซีด้า SIIDA เป็นสถานที่จัดแสดงวิถีชีวิตของชาวแล็พ ในดินแดนบริเวณนี้ที่เรียกว่า “แล็พแลนด์” Lapland ชุดเครื่องแต่งกายสวยงามคล้ายการแต่งกายคนไทย ลับแล เรณูนคร หรือชาวเขาปนๆกัน ด้วยลวดลายปักด้วยมือ
ด่านชายแดน ฟินแลนด์ - นอร์เวย์
แม่น้ำที่คั่นระหว่างสองประเทศ
เดินทางผ่านชายแดนระหว่างฟินแลนด์ไปยังนอร์เวย์ โดยมีแม่น้ำสายเล็กๆกั้นเป็นเขต รถต้องแล่นผ่านสะพานข้ามไป ไม่มีการตรวจของด่านตรวจอะไรเลย ความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองประเทศทำให้ไม่มีพรมแดนเป็นสิ่งกีดกั้น
Rica Hotel Karasjok, Norway
ข้ามไปไม่นานก็ถึงเมืองเล็กๆชื่อ “คาราสจ็อค” Karasjok เราแวะรับประทานอาหารกลางวันพื้นเมืองชาวแล็พ ที่โรงแรมริก้า Rica Hotel Karasjok ลักษณะเป็นอาหารบุฟเฟต์ตะวันตก แต่มีรายการหนึ่งที่ต้องลองคือ เนื้อกวางเรนเดียร์ ทำเป็นแผ่นกลมๆ คล้ายเบอร์เกอร์ ราดด้วยแอนโชวี่ซอสสีเข้ม เนื้อนุ่มและไม่มีกลิ่นสาบ กวางเป็นกวางเลี้ยงจากฟาร์ม เป็นแหล่งอาหารโปรตีนหลักของชาวแล็พ เนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นปีละ 7 - 8 เดือน ไม่สามารถเลี้ยงสัตว์อื่นไว้เป็นอาหารได้เลย สภาพแวดล้อมกำหนดให้เป็นอย่างนี้
ก้อนกลมๆนี่ละครับ เนื้อกวางเรนเดียร์
รถแล่นวกวนโค้งไปโค้งมาเพราะแล่นเลียบภูเขา(ข้างซ้าย) และทะเลของฟยอร์ด(ข้างขวา) บางครั้งต้องหยุดชะลอเพราะพี่กวางเรนเดียร์ป่า พาครอบครัวออกมาเดินเล่นบนถนน
อุโมงค์ลอดใต้ทะเลไปยังแหลมเหนือ ยาว 6870 เมตร
รถไปหยุดให้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกที่หน้าอุโมงค์ที่สร้างเป็นถนนลอดใต้ทะเลระยะทาง 6870 เมตร ไปโผล่ที่เกาะซึ่งเป็นที่ตั้งของนอร์ธแคป

เดินทางต่อไปยังเมืองฮอนนิ่งสว้าก Honningsvag  บางคณะมาจองโรงแรมที่นี่ แต่คณะของเราเดินทางต่อไปอีกไม่ไกลไปพักยังโรงแรมริก้า นอร์ธแคป Rica Hotel Nordkapp พิกัด 71.028637 N , 25.893070 E (เพื่อย่นระยะทางจากโรงแรมไปทีแหลม)
ทางเข้าอาคารบริการแหลมเหนือ
เก็บของเข้าที่พัก ผ่อนคลายให้หายเหนื่อย รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม แล้วจะออกเดินทางในเวลา 3 ทุ่ม โดยรถโค้ชคันเดิม แต่คนขับจะต้องเป็นคนท้องถิ่นซึ่งชำนาญทางมาขับให้ นำคณะเราไปส่งยังที่หมายปลายทางคือ นอร์ธแคป  จุดแรกที่เห็นคือ โดมสีขาวบนอาคารบริการ ที่เรียกว่า Observatory Dome ประตูทางเข้ามีป้ายสีฟ้าระบุพิกัดว่าถึงแล้ว ณ จุดนี้คือ 71 องศา 10 ลิบดา 21 พิลิบดา 
The Globe at Nordkapp





หน้าอาคารบริการนักท่องเที่ยวจะมี จุดถ่ายภาพที่เป็นสากลจริงๆ คือ The Globe (สร้างเมื่อปี พ.ศ.2511)  ลูกโลกที่สร้างด้วยเหล็กทาสีดำตั้งตระหง่านบนที่ราบเหนือหน้าผาสูงชันของนอร์ธแคป ความเป็นสากลมากคือมีคนทุกชาติทุกภาษายืนรายล้อมถ่ายภาพตามมุมที่ถนัด คะเนด้วยสายตาแล้วผู้คนน่าจะมากกว่าคนเดินข้ามทางม้าลายในโตเกียวเวลาเร่งด่วน (เป็นธรรมดาที่ทุกคนเดินทางมาพร้อมๆกันเวลาเดียวกันนับเป็นหลายพันคน)










BARN AV JORDEN 1988
ประติมากรรมฝีมือเด็กชายสิทธิเดช (ภาพซ้ายสุดครับ)
ระหว่างรอเวลาให้ถึงเที่ยงคืน ก็เดินไปเก็บภาพประติมากรรมรูปทรงกลมวางอยู่ที่ลานกว้างด้านขวา เป็นประติมากรรมขององค์กร BARN AV JORDEN เป็นองค์กรที่มอบรางวัล The Children of the Earth ให้แก่ผู้ที่ทำคุณประโยชน์แก่เด็กๆ โดยมอบรางวัลทุกปีในเดือนมิถุนายน ประติมากรรมนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1988 เด็กๆจาก 7 ชาติเป็นตัวแทน ได้แก่  จัสมินจากแทนซาเนีย , ราฟาเอลจากบราซิล , อะยูมิจากญี่ปุ่น , สิทธิเดชจากไทย , กลอเรียจากอิตาลี , แอนตั้นจากรัสเซีย , หลุยส์จากอเมริกา เด็กๆทุกคนมาอยู่ด้วยกันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ สร้างสรรประติมากรรม 7 ช้ิน สะท้อนแนวความคิดของเด็กสู่สายตาของชาวโลก และในปี ค.ศ.1999 เด็กๆเหล่านี้ได้เดินทางมาพบกันอีกครั้ง ทุกคนเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว
พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว



ชื่นชมกันผลงานของเด็กแล้วเดินเข้าไปในอาคารลงบันไดลงไปชั้นล่าง เพื่อชมพิพิธภัณฑสถานไทย ณ นอร์ดแคป ประเทศนอร์เวย์ให้เกียรติประเทศไทยเป็นอย่างมาก ก็เพราะ มีพระมหากษัตริย์เพียงสองพระองค์ของโลกที่เสด็จมาเยือนนอร์ธแคป พระองค์แรกคือ พระเจ้าออสการ์ที่ 2 (Oscar II , Oscar Fredrik พระองค์เป็นกษัตริย์แห่งสวีเดน และกษัตริย์แห่งนอร์เวย์ด้วยในขณะนั้น ทรงเสด็จมาเมื่อ พ.ศ.2411)  กษัตริย์พระองค์ที่สองและเป็นกษัตริย์จากแดนไกลของนอร์เวย์ ก็คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ของคนไทยนั่นเอง พระองค์เสด็จไปเยือนเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ.2450 รัฐบาลนอร์เวย์จึงจัดสถานที่เป็นพิเศษให้ตั้งแสดงรูปจำลองการเสด็จเยือน , ห้องแสดงพระประวัติ , ห้องประดิษฐานพระบรมรูปให้พวกเราได้เข้าไปถวายบังคม , สถานที่จัดวางก้อนหินที่ทรงเขียนพระปรมาภิไธย จปร. 1907 ให้พวกเราชื่นชม



ใกล้เวลาจะเที่ยงคืนแล้วออกไปข้างนอกดูบรรยากาศสดใส ไม่มีเมฆมากมาย ไม่มีหมอก ท้องฟ้าเปิด น่าจะเพราะขณะถวายบังคมพระองค์ท่าน พวกเราก็ขอให้พระองค์ได้โปรดให้คนไทยตัวน้อยๆเดินทางมาตั้งไกล ได้เห็นพระอาทิตย์เที่ยงคืนสมใจปรารถนา
พระอาทิตย์เที่ยงคืน ณ แหลมเหนือ ประเทศนอร์เวย์ (กรกฎาคม พ.ศ.2556)
2400 AM ท้องฟ้าเปิดมีเพียงแถบเมฆบางๆคาดผ่านเหนือเส้นขอบฟ้า พระอาทิตย์ดวงกลมสีเหลืองส้มแตะอยู่ที่เหนือเส้นขอบฟ้า สะท้อนบนผิวน้ำทะเล เราเปิดแชมเปญ จิบพร้อมกับคาร์เวียร์ตามธรรมเนียมฝรั่ง เฉลิมฉลองในโอกาสเพียงไม่ถึงร้อยละสิบที่จะได้เห็นภาพนี้ (ส่วนใหญ่มาแล้วท้องฟ้าปิด หมอก ไอน้ำปิดสนิทไม่เห็นอะไรเลย)
ขอบคุณ คุณAnda Bereczky เจ้าของภาพ
ลักษณะของดวงอาทิตย์โคจรเหนือนอร์ธแคป ในช่วงวันที่ 14  พฤษภาคม ถึง วันที่ 29 กรกฎาคม ซึ่งคุณ Anda Bereczky ได้กรุณาบันทึกภาพต่อเนื่องในรอบ 24 ชั่วโมง แสดงตำแหน่งของดวงอาทิตย์ เวลากลางวันจะอยู่สูง แต่ก็ไม่สูงถึงเหนือศีรษะเรา เวลากลางคืนจะคล้อยลงต่ำ แต่ก็ไม่ลับเส้นขอบฟ้าลงไป พอหลังเที่ยงคืนก็จะลอยสูงขึ้นอีก (ผมเลยขอยืมภาพมาแสดงให้ท่านได้เข้าใจมากขึ้น)
ขอขอบคุณเจ้าของภาพ Svalbard Samfunnsfrift AS , Longyearbyen Lokalstyre
สำหรับท่านที่ต้องการทราบรายละเอียดมากขึ้นของลักษณะดวงอาทิตย์ตลอดทั้งปี ว่าทำไมขั้วโลกเหนือจึงสว่างครึ่งปี มืดสลัวครึ่งปี ก็ลองศึกษา Sun Diagram For Longyearbyen ซึ่งสร้างขึ้นโดย Svalbard Samfunnsdrift AS และ Longyearbyen Lokalstyre 

ที่กล่าวแล้วข้างต้นเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เกิดเหนือเส้นรุ้งอาร์คติกเซอร์เคิล Arctic Circle (66.5 N) แต่ในบริเวณที่อยู่ตอนใต้ต่อเส้นรุ้งอาร์คติกเซอร์เคิลเพียงไม่กี่องศา ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าลงไปไม่มาก (ไม่มากกว่า 6 องศา) แสงอาทิตย์ยังส่องผ่านเส้นขอบฟ้ามาให้ความสว่างแก่พื้นดิน สว่างพอที่จะอ่านหนังสือได้ สว่างเช่นนั้นทั้งคืน (เพียงแต่ไม่เห็นดวงอาทิตย์ เปรียบความสว่างกับตอนเช้าที่บ้านเราที่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น) ฝรั่งเรียกว่า The White Nights ก็เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่ฮือฮา จัดงานเฉลิมฉลองกันเช่นที่ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย

ในแง่มุมตรงกันข้ามปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม ถึง วันที่ 14 กุมภาพันธ์ บริเวณขั้วโลกเหนือ เหนือเส้นอาร์คติกเซอร์เคิล โดยเฉพาะที่เกาะ Svalbard Island เขาจะไม่เห็นดวงอาทิตย์ตลอดเวลา ฝรั่งก็เรียกว่า The Polar Night

หัวข้อต่อไปคงเป็นดินแดนสแกนดิเนเวียอีกหลายตอน โปรดติดตามนะครับ
สวัสดีครับ
ต้นแฝก



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น