วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Copenhagen อยากชมอะไรบ้าง

           การบินไทย รักเราเท่าฟ้า พาเดินทางข้ามทวีปมายุโรปเหนือ เที่ยวบิน TG950 ออกเวลาตีหนึ่งเศษจากสุวรรณภูมิ มาถึงสนามบินโคเปนเฮเกน หรือสนามบินคาสทรุป Kastrup (CPH) เวลาเช้าเกือบแปดโมงเช้าเวลาท้องถิ่น (ช้ากว่าบ้านเรา 6 ชั่วโมง) ระยะทาง 5,365 ไมล์ ใช้เวลาบิน 11 ชั่วโมงครึ่ง แตะรันเวย์ด้วยความนุ่มนวล เชื่อมือได้
            ที่สนามบินโคเปนเฮเกน พอผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองรับกระเป๋าแล้วก็เดินมาพบสุภาพสตรีสองท่านยืนรออยู่ที่ชั้นสอง ข้างบันได เหลือบขึ้นไปมองทักทายและถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก เธอคือ Girls at the Airport นั่นเองครับ

Girls at the airport. (Kastrup airport)

           จุดแรกที่จะไปเดินชม ก็ขอเลือกไปยังถิ่นเก่าที่เคยมาครั้งหนึ่ง เมื่อแปดปีก่อน คือ มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน และโบสถ์โคเปนเฮเกน อยากจะทราบว่าเปลี่ยนแปลงไปมากหรือน้อย อยากไปนั่งตรงขั้นบันไดที่เคยนั่งหลบฝนคอยเพื่อน

มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน (สถานที่เก่า เดี๋ยวนี้มีอีกที่หนึ่ง)

              Cathedral of Copenhagen หรือ Church for Our Lady (Copenhagen) หากเป็นภาษาเดนมาร์ก เขาเรียกว่า Vor Frue Kirke ครับ เป็นโบสถ์ที่ไม่โตนัก สร้างอยู่ติดกับมหาวิทยาลัยเลย แบบก็เรียบง่าย เพราะเป็นโบสถ์ในนิกายลูเธอร์แลน ซึ่งเป็นโปรแตสแตนท์แบบเรียบง่ายอยู่แล้ว แต่บรรยากาศสงบและน่าเลื่อมใส สองข้างผนังก็เป็นรูปปั้นของนักบุญ ที่นี่เขาเรียกว่า Icon มีหลายองค์เลยครับ



        พระราชวังคริสเตียนบอร์ก Christiansborg Slotlplads เคยเป็นสถานที่ก่อสร้างปราสาทหลายยุคหลายสมัยได้แก่ Absalon's Castle ปราสาทอับซาลอน ของบิชอปอับซาลอน ซึ่งกอบกู้ประเทศเดนมาร์ก, Copenhagen Castle ปราสาทโคเปนเฮเกนของบิชอปรอสไคลด์ และพระเจ้าอีริคที่ 7 ,  ปราสาทคริสเตียนบอร์กหลังแรกพระเจ้าคริสเตียนที่ 6 , ปราสาทคริสเตียนบอร์กหลังที่สอง ของพระเจ้าเฟรดเดอริกที่ 6 - 7 , แล้วก็ถึงพระราชวังองค์ปัจจุบัน (ที่สร้างหลายๆครั้งเพราะองค์เก่าเกิดอัคคีภัย ชำรุดเสียหาย)
        ปัจจุบันเป็นสถานที่ทำการของรัฐสภา ที่ทำการของรัฐบาล ที่ทำการของศาลสูง นับเป็นสถานที่ของศูนย์รวมอำนาจของประเทศครับ อำนาจสูงสุดทั้งสามอยู่ที่นี่

อนุสาวรีย์พระเจ้าคริสเตียนที่ 9 ทรงม้า

ภาพวิวด้านตรงข้ามกับพระราชวัง

 ลานหน้าพระราชวังคริสเตียนบอร์ก

                เดินเข้าประตูกลางของพระราชวังที่เรียกว่า King's Gate เข้าไปชมภายในบริเวณ ห้องต่างๆปิดไม่สามารถเข้าไปได้ เพราะเป็นสถานที่ราชการ เราเพียงเดินชมบริเวณเท่านั้น
(ดูตามแผนที่ เดินตามแนวลูกศรสีแดง) ปีกสองข้างของพระราชวังรูปตัว ยู ปีกขวาเป็นของรัฐบาล ปีกซ้ายเป็นของศาลสูง 


         ตรงพื้นที่สีเขียวเป็นสวนสาธารณะ Royal Library Garden  (แต่เดิมบริเวณนี้เป็นทะเลที่เรือสินค้าเข้ามาเทียบได้ แต่ภายหลังถมทะเลกลายเป็นพื้นดินให้สร้างสวนสาธารณะ)


 ห่วงเหล็กหลังเก้าอี้ในสวน เคยเป็นที่ผูกเรือกับท่าน้ำ ปัจจุบันอยู่หลังเก้าอี้นั่งเล่นชมสวนไปแล้ว

 อาคารเก่าแก่ด้านหน้าพระราชวังมีอายุกว่า 400 ปี ลักษณะสวยงามมาก แม้จะดูเก่าไปสักหน่อย

 ประตูด้านข้างตึกเตี้ยมาก ผมจะผ่านเข้าไปต้องย่อตัว ไม่ใช่เพราะฝรั่งตัวเล็ก แต่เดิมประตูสูงใหญ่ เพราะอยู่ที่ริมน้ำ แต่พอถมทะเลถมดินเสียสูง ประตูเลยเตี้ยไป

หากจะมาพักอยู่สักหลายวันขอแนะนำร้านที่หาซื้อของกินขบเคี้ยวไว้เวลาท้องร้องครับ 


         จุดต่อไปอยู่ริมทะเลเป็นสถานที่ที่คนทั่วโลกมุ่งหมายที่จะไปเยือน หากมาถึงโคเปนเฮเกน ต้องไปทักทายแม่เงือกน้อยที่น่ารักนั่งเศร้าสร้อยบนก้อนหินอันโดดเดี่ยว
         คุณฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน เล่าว่า ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว (นานมากจริงๆ) เจ้าแห่งนครบาดาลมีธิดาเงือกน้อย 6 คนอายุห่างกันคนละหนึ่งปี  เมื่ออายุครบ 15 ปีจะได้รับอนุญาตให้ว่ายขึ้นมาบนผิวน้ำชมโลกมนุษย์  เหตุก็เกิดขึ้นเมื่อเงือกน้อยว่ายน้ำขึ้นมาปะพบเจ้าชายหนุ่มรูปงามประสบเหตุทางเรือโดนพายุล่ม สลบ หมดสติ เงือกน้อยก็ช่วยนำเข้าฝั่ง (ก็ช่วยได้แค่นี้) ก็มีหญิงสาวจากโบสถ์มาพบเลยช่วยเหลือต่อจนเจ้าชายรอดตาย (เจ้าชายไม่ทราบว่าเงือกน้อยเป็นคนช่วย เพราะสลบไปนาน)  เงือกน้อยนั้นต้องเสน่ห์หนุ่มรูปหล่อ จึงไปถามแม่มดเงือกว่าจะแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้มั้ย แม่มดตอบว่า ได้เพียงแต่ดื่มน้ำมนต์ไป ท่อนหางจะกลายเป็นขา แต่ผลข้างเคียงคือจะเจ็บปวดทุกย่างก้าว และอายุสั้น (เงือกอายุราว 300 ปี) เงือกน้อยถูกพิษรักครอบจนหมดทางต้องเดินหน้าอย่างเดียว รับน้ำมนต์มาดื่ม ก็กลายร่างเป็นหญิงสาวสวยเต้นรำเก่งมาก แต่ใครจะไปทราบได้ว่า เจ้าชายไปหลงรักหญิงสาวที่โบสถ์ซึ่งช่วยชีวิตเจ้าชายเอาไว้เสียแล้ว เงือกน้อยจึงมีแต่เศร้าสร้อยนั่งอย่างโดดเดี่ยวบนก้อนหิน พี่น้องเงือกมาปลอบและนำมีดแม่มดมาแนะนำว่าให้ฆ่าเจ้าชาย เอาเลือดหยดลงบนขาก็จะกลายเป็นเงือกเหมือนเดิม  แต่เงือกน้อยรักเจ้าชายจริงๆ ไม่สามารถฆ่าเจ้าชายได้ลงคอ จึงคงนั่งหัวใจแตกสลายจนบั้นปลายชีวิตตายกลายเป็นฟองน้ำทะเล  ช่างน่าหดหู่อะไรเช่นนี้  เราไปช่วยปลอบประโลมเธอดีกว่านะครับ


        จากจุดนี้เราสามารถเดินต่อไปชมฐานทัพเรือเดนมาร์กอันเกรียงไกรในอดีต ไปชมน้ำพุเกฟิออน และโบสถ์เซนต์อัลบานแองกลิแคน (ให้ดูตามแผนที่ และลูกศรสีแดงนำทาง)


              จุดแรกที่ออกจากแม่เงือกน้อย ก็จะพบเทพธิดาแห่งชัยชนะ ยืนถือช่อมะกอก ให้ขวัญกำลังใจแก่กองทัพเรือ ให้นำชัยชนะ และเรือสินค้าให้ประสบความสำเร็จในการค้าโพ้นทะเล

         อาคารในฐานทัพเรือ Kastellet อาคารสวยงาม ทาสีสวยงาม  อยู่ในสภาพสมบูรณ์ สถานที่น่าเดินเที่ยวแบบช้าๆ นั่งเล่นรับลมเย็น

 ปืนใหญ่สมัยสงครามโลก



 อนุสาวรีย์ทหาร สงครามโลกครั้งที่ 2

        เดินอ้อมข้ามสะพานตามแผนที่มา สิ่งแรกที่จะพบ คือยอดแหลมของโบสถ์ แล้วก็เห็นอนุสาวรีย์น้ำพุเกฟิออน
        น้ำพุเกฟิออน Gefionspringvandet เป็นตำนานเล่าขานถึงการก่อสร้างประเทศจากตำนานของชาวเหนือที่เรียกว่า Norse Mythology หรือ Scandinavian Mythology เล่าว่า เทพธิดาเกฟิออน ได้รับคำมั่นสัญญาจากกษัตริย์สวีเดนพระนามว่า Gylfi จะพระราชทานที่ดินให้แก่เทพีเกฟิออน หากว่านางสามารถไถดินในชั่วหนึ่งราตรี ได้ที่ดินเท่าใด จะพระราชทานให้เท่านั้น เทพีเกฟิออนจึงเนรมิตรบุตรชายทั้งสี่เป็นโคที่ล่ำสันบึกบึน ออกไถตลุยไปชั่วเวลาหนึ่งราตรีก็ได้พื้นดินตรงที่เรายืนคือเกาะซีแลนด์ Zealand เป็นที่ตั้งกรุงโคเปนเฮเกนทุกวันนี้ละครับ (มีคนเขาเล่าต่อว่า เชื่อมั้ยว่า เกาะนี้จริงๆแล้วก็คือดินแดนที่ยกมาจากทะเลสาบมาลาเรนในสวีเดนนั่นเอง เพราะรูปเหมือนกันเลย แต่หากพูดแบบนี้เพื่อนชาวสวีเดนจะเขกศีรษะเราได้นะครับ) น้ำพุเกฟิออนนี้เป็นผลงานของศิลปินชื่อ แอนเดอร์ส บุนด์การ์ด Anders Bundgaard มูลนิธิคาร์ลสเบิร์กเป็นผู้มอบให้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองในโอกาสครบรอบปีที่ 50


 โบสถ์เซนต์อัลบานส์แองกลิแคน

            จุดหมายต่อไป คือพระราชวังอมาเลียนบอร์ก ไปให้ทันเวลาเที่ยงตรงจะได้ชมพิธีสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ในชุดสีน้ำเงินสวมหมวกพู่สีดำ
 ภาพโอเปร่าเฮาส์ ซึ่งถ่ายภาพจากด้านหลังพระราชวังอมาเลียนบอร์ก (อยู่คนละฝั่งน้ำครับ)


 พระราชวังพระเจ้าเฟรดเดอริกที่ 8 (Frederick VIII's Palace or Brockdorff's Palace)

         หลังเที่ยงแล้วไปหาอาหารกลางวันได้แล้ว ตอนบ่ายไปชมสวนสนุกทิโวลี่

         สวนสนุกทิโวลี่ Tivoli เป็นสวนสนุกคู่บ้านคู่เมืองโคเปนเฮเกนมาเลย นับถึงเวลานี้ก็ 170 ปีเข้าไปแล้ว (เพราะเปิดเมื่อ 15 สิงหาคม พ.ศ.2386) ผู้ก่อตั้งคือ คุณจอร์จ คาร์สเตนเซ่น ข้างในมีเครื่องเล่น 27 จุด มีโรลเล่อร์โคสเตอร์ตั้ง 4 แห่ง


 ภาพฝาท่อสวยดี เลยนำมาฝาก
 เรือใบลำนี้จอดมานานแล้ว (มาครั้งที่แล้วก็มาถ่ายรูปตรงนี้เหมือนกัน)

           ตลุยถนนช้อปปิ้ง (ถนนคนเดิน) กลางกรุงโคเปนเฮเกนที่ต้องไปให้ได้ คนที่ชอบช้อปก็ต้องไปให้ได้ มีร้านรวงมากมาย โดยเฉพาะแบรนด์ดังที่คนไทยชอบมีครบ  แม้แต่บูติกของเนสเพรสโซ่ก็มีดีมั้ยครับ
ถนนนี้เรียกว่า ถนนสตรอยเกท์ Stroget Street เป็นถนนเริ่มต้นทางตะวันออกที่บริเวณท่าเรือใหม่ Nyhavn ที่เรียกว่า Kongens Nytorv (The King's New Square) ไปยังด้านทิศตะวันตก ถึงจัตุรัสศาลาว่าการ City Hall

          ดูตามแผนที่ เดินเท้า แต่ละแยกที่จุดสังเกต เป็นระยะครับ
          ระหว่างกลางทางจะมีลานกว้างและน้ำพุอยู่สองแห่ง ได้แก่
 1. Amagertorv อมาร์เกอร์ทอร์ฟ มีจุดสังเกตคือ ร้านหลุยส์ และน้ำพุนกกระสา Stork Fountain และอาคารที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองเรียกว่า Mathias Hansen House มีท่อระบายน้ำโลหะ ลวดลายเป็นมังกร (ปัจจุบันเป็นอาคารของราชการไปแล้ว เพื่ออนุรักษ์เอาไว้)



 อีกด้านหนึ่งของอมาร์เกอร์ทอร์ฟ เป็นอนุสาวรีย์ของบิชอปอับซาลอน

 ตรงพื้นที่ข้างลานเป็นที่จอดของรถสามล้อหลายประเภท (บางแบบคล้ายของบ้านเรา) มีชาวเดนมาร์กขี่ให้เรานั่ง สนนราคา 50 โครนาร์

2. Gammeltorv จัตุรัสแกมเมล มีจุดน่าสนใจคือ น้ำพุอุ้มลูกจูงหลาน Caritas Well



         สุดถนนสตรอยเกท์ ด้านทิศตะวันออก เป็นบริเวณท่าเรือใหม่ (Nygavn) มาชมอาคารโกดังที่มีมาแต่โบราณ แต่บูรณะทาสีสดใสสวยงาม ที่จุดนี้มีเรือบริการนักท่องเที่ยว เดินทางชมเมืองทางน้ำ เขามีบริการให้ลงเรือได้สองจุด คือ ที่นี่จุดหนึ่ง และอีกจุดหนึ่งอยู่ที่ Gammel Strand ซึ่งท่านสามารถเดินไปจาก Amagertorv ไปทางตะวันออกจะพบคลองให้ลงเรือที่นั่น


 ในหน้าร้อน แทบทุกหนทุกแห่งจะเห็นเขาจัดเทศกาลดนตรีแจ้ส  ที่นี่ก็ไม่ยกเว้น บริเวณท่าเรือใหม่ มีสมอยักษ์ วางอยู่เป็นอนุสรณ์ แต่มาคราวนี้ถ่ายรูปได้แถมเด็กฝรั่ง ปีนเล่นกันสนุกสนาน

        เหนื่อยมากแล้วสำหรับวันนี้ ไปที่พักดีกว่านะ  ขอแนะนำโรงแรมที่พัก Bella Sky Comwell Hotel Copenhagen เป็นโรงแรมใหญ่มาก มีห้องประชุมระดับนานาชาติ คนดังมาพักกันประจำ ถ้าอยากไปกระทบไหล่คนดังก็ต้องเป็นที่นี่ เพียงแต่อยู่นอกเมือง  แต่ก็ไม่ไกลนักครับ มีรถเมล์สองสายจากเมืองผ่านเข้ามาใต้ห้องนอนท่านเลย

 ภาพห้องนอนผม

 ห้องนั่งเล่นเชื่อมระหว่างสองอาคาร

 เป็นไงครับภาพโรงแรม แปลกตามากครับ


 สัญลักษณ์กบยิมนาสติก Good Luck

         สวัสดีตอนเช้า วันนี้มีเวลาครึ่งวันกว่า พอจะเที่ยวในเมืองต่อได้ เพราะเย็นนี้จะไปลงเรือ DFDS เพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศนอร์เวย์ครับ
        ไปเดินจัตุรัสกลางเมืองเลย ตรง City Hall นั่นละครับศูนย์กลางเลย
 นี่คือน้ำพุมังกรหน้าศาลาว่าการกรุงโคเปนเฮเกน




 ศาลาว่าการกรุงโคเปนเฮเกน

 แอบทักทายเพื่อนรุ่นพี่นักเล่าเทพนิยาย คุณฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน สักนิดหนึ่ง

 ไปสะดุดฝาท่ออีกแล้ว เอามาฝากครับ

 หน้าศาลาว่าการกรุงโคเปนเฮเกน

            มีเวลาสักชั่วโมงเศษ สามารถไปซื้อตั๋วลงเรือที่ Gammel Strand ชมเมืองฉบับย่อได้

 ภาพเรือดำน้ำลำสุดท้ายของเดนมาร์ก

 ภาพพระราชวังอมาเลียนบอร์ก และโบสถ์ ถ่ายจากในเรือ

 เรือแวะจอดให้ชมและถ่ายรูปโบสถ์สวยชื่อ Vor Frelsers Kirke

 ภาพนูนต่ำบนสะพานที่เรือลอด บางแห่งก็เตี้ย บางแห่งก็แคบ บางแห่งก็เลี้ยวหักศอก (เส้นทางดูจากแผนที่ข้างล่างนี้)


        หากยังมีเวลาเหลือ ก็แนะนำให้ไปเยือนแหล่งผลิตเบียร์รายใหญ่อีกรายหนึ่งของโลกใบนี้ เธอคือ คาร์ลสเบิร์ก ที่พวกเรารู้จักกันดี  จะได้ลองชิมเบียร์ดำที่เคยผลิตในอดีต แต่ปัจจุบันไม่ได้ผลิตขาย คงผลิตให้ผู้มาเยือนได้ชิม (ผมชิมดูแล้วอร่อยดี ทำให้นึกถึงสเตราส์ เบียร์ดำตราคอหมา)


 ฝาท่อในโรงเบียร์ ก็สวยไม่แพ้ที่อื่น (ของฝากอีกชิ้น)


          ค่ำคืนนี้จะต้องรอนแรมในเรือ DFDS เพื่อเดินทางจากโคเปนเฮเกน ไปยังออสโล ประเทศนอร์เวย์ เป็นอีกประสบการณ์ที่ต้องสัมผัส คนท้องถิ่นเขาก็นิยมเดินทางแบบนี้เหมือนกัน เนื่องจากไม่ได้เสียเวลาอะไร กลางคืนก็นอนในเรือ ไปเช้าที่โน่น คนท้องถิ่นที่นำรถยนต์ส่วนบุคคลมาด้วยก็โหลดเข้าชั้นล่างซึ่งเป็นเฟอร์รี่สามารถบรรทุกรถได้จำนวนมาก จะเห็นว่า ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง มากับรถเข้าแถวลงเรือกันยาวเหยียด มีชาวดอยไม่กี่คนคือพวกเรา

 เตียงนอนข้างล่าง มี 2 ข้าง (ซ้าย ขวา) ยังมีที่นอนข้างบนอีก รวมแล้วห้องหนึ่งพักได้ 4 คน

 เสบียงที่ตุนเป็นผลไม้ประเภทเบอร์รี่ บำรุงสุขภาพ

แต่ว่าบนเรือมีบริการทุกอย่างครบถ้วน ไม่ว่าอาหารการกิน กาแฟ เครื่องดื่มมึนเมา กาสิโนย่อยๆ ประเภทหยอดเหรียญ ร้านค้าปลอดภาษี คาราโอเกะ บาร์ต่างๆ

 แผนที่สถานที่ท่องเที่ยวบริเวณกลางเมือง โดยรอบถนนสตรอยเกท์

 จุดสำคัญๆที่น่าจะไปเที่ยว (สีม่วงคือแนวถนนสตรอยเกท์)



แผนที่สวนสนุกทิโวลี่ (จุดสำคัญคือห้องน้ำ วงกลมสีเหลือง)








ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น